ลูกเราโตทันเพื่อนไหม? วันนี้ลูกรักได้รับสารอาหารครบถ้วนแล้วหรือยัง?
เรื่องน่าปวดหัวอันดับต้นๆ ของคนเป็นแม่…คงหนีไม่พ้นเวลาเห็นลูกตัวเล็กกว่าเพื่อนใช่ไหมคะ? ยิ่งถ้าลูกเราเป็นเด็กกินยาก ช่างเลือกสารพัด ของมีประโยชน์ก็เขี่ยทิ้งตลอด เห็นแล้วก็อดใจหายไม่ได้เลย
อยากจะบอกว่า NUtrientsDEE เข้าใจความรู้สึกนี้ดีเลยค่ะ เพราะลึกๆ แล้วเราก็อดคิดวนไปวนมาไม่ได้ว่า “แล้วแบบนี้…ลูกจะได้รับสารอาหารพอไหมนะ?”
ซึ่งความกังวลนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องตัวเล็กตัวใหญ่เลยนะคะ แต่มันคือรากฐานสำคัญของทุกอย่าง ทั้งพัฒนาการสมอง ภูมิคุ้มกันร่างกายที่ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ ไปจนถึงการเรียนรู้ในอนาคตของเค้าเลย
บทความนี้ เราเลยอยากมาชวนคุยและแชร์ข้อมูลที่ไปรวบรวมมาค่ะ เราจะมาเปิดลิสต์ดูกันว่ามีสารอาหารอะไรบ้างที่สำคัญมากๆ กับการเติบโตของลูก มีเช็กลิสต์ง่ายๆ ให้เราลองเช็กกันดูว่าในแต่ละวันลูกได้ของครบไหม มีสัญญาณอะไรที่ต้องคอยมองหา และที่สำคัญคือทริคเล็กๆ น้อยๆ ในการรับมือเจ้าตัวน้อยจอมเขี่ย ที่แม่ๆ หลายบ้านลองแล้วว่ามันช่วยได้จริงๆ เพื่อให้เรามั่นใจและสบายใจได้ว่า ลูกรักจะเติบโตอย่างแข็งแรง สดใส มีพัฒนาการที่สมวัยอย่างที่เราอยากเห็นค่ะ
นอกจากนี้แล้วขนมและของว่างที่เด็กไทยนิยมรับประทานก็มีส่วนประกอบของแป้ง, ไขมันและน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจการเลือกสรรขนมและของว่างที่มีคุณภาพ มีสารอาหารที่จำเป็นและจัดให้เด็กๆกินในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป จนอาจทำให้เด็กน้ำหนักเกิน หรือเด็กกินอิ่มจนไม่อยากกินอาหารมื้อหลักที่จำเป็นแก่ร่างกาย ส่งผลทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารในเด็กได้ในที่สุด
เด็กควรได้รับสารอาหารแบบไหน?
• เด็กในวัยนี้จำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบ 5 หมู่ ควรจัดอาหารให้ครบถ้วน ได้สัดส่วน และเพียงพอกับความต้องการของร่างกายเด็ก
• ควรจัดอาหารหลักให้เด็กบริโภคครบทั้ง 3 มื้อ ไม่ควรเว้นมื้อใดมื้อหนึ่ง โดยเฉพาะมื้อเช้า
• ควรให้เด็กบริโภคอาหารตรงเวลา เลี่ยงขนมจุบจิบ เพราะไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ
• ควรจัดอาหารว่างที่มีประโยชน์ให้เด็กบริโภคตอนสายและตอนบ่าย
• ในแต่ละมื้อควรรับประทานให้หลากหลาย ไม่ควรจัดให้มีอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเพียงอย่างเดียว
หากเด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ อาจส่งผลเสียทำให้กลายเป็นเด็กขาดสารอาหารได้
ภาวะการขาดสารอาหาร คือ ภาวะที่ร่างกายขาดสารที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ความแข็งแรง และพลังงานให้แก่ร่างกาย เมื่อเด็กเกิดภาวะร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสารอาหารตามหลักโภชนาการอย่างโปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ไขมัน, วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ย่อมส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมอง สติปัญญา และการเรียนรู้ของเด็กๆ
และนอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อน้ำหนักตัวของเด็กที่น้อยกว่าเกณฑ์เมื่อเทียบตามอายุ, ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่อ่อนแอลงไป และเพิ่มโอกาสการเจ็บป่วย และการติดเชื้ออีกด้วย สาเหตุเกิดจากปัญหาพฤติกรรมการทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทานยาก, การเลือกทานอาหารไม่หลากหลาย, ปฏิเสธการทานอาหารมื้อหลัก, เลือกทานแต่ขนม ทำให้สารอาหารที่ร่างกายได้รับไม่สามารถดูดซึมเพื่อนำไปใช้หล่อเลี้ยงร่างกายได้อย่างเหมาะสม โดยส่วนมากมักพบใน “เด็กก่อนปฐมวัย” ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

6 สัญญาณบ่งบอกว่าเด็กๆ กำลังประสบภาวะขาดสารอาหาร
• มีอาการเซื่องซึม ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ไม่ร่าเริง ไม่กระฉับกระเฉง
• รู้สึกเบื่ออาหาร ทานอาหารได้น้อยลง ส่งผลทำให้น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
• รู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ตลอดเวลา
• มีอาการตาเหลือง
• ลักษณะผอมแห้ง ผิวหนังเหี่ยวย่น ตาลึก แก้มตอบ
• มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมบาง เปราะแห้ง ไม่แข็งแรง
ทั้งนี้หากเด็กๆ มีอาการเข้าข่ายโรคขาดสารอาหาร หรือมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติควรรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อเด็กๆในระยะยาว ซึ่งเป็นภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม
ข้อมูลอ้างอิง :
– ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
– ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. ขนมและอาหารว่างสำหรับเด็ก 2 ปี ขึ้นไป. วารสารกุมารศาสตร์ 2548;44: 5 – 6